วันนี้เอาวงดนตรีที่เรียกว่าเป็น ฟังก์ตัวพ่อของเกาะอังกฤษมาให้ลองติดตามกัน เป็นวงที่เล่นสไตล์ ดิสโก แจ๊ซฟังก์ แรร์กรูฟ จนกระทั่ง โมทาวน์ แจ้งเกิดจากยุคที่อังกฤษเกิดการปฏิวัติทางแนวดนตรีเมื่อประมาณยุค 90 วงที่ว่าคือ Jamiroquai (จามิโรไคว์)การรวมตัวของวง สมาชิกคนสำคัญของวง คือ Jay Kay ( jason kay ) ซี่งเป็นทั้งนักร้องนำและผู้เรียบเรียง ส่วนสมาชิกคนอื่นๆในวงมีการเปลี่ยนแปลงหลายครั้ง โดย Jay Kay เป็นผู้ผลักดันในเกิดวงดนตรีนี้ขึ้นมา หลังจากที่เขาพลาดจากการสมัครเป็นนักร้องให้แก่วง The Brand New Heavies
ผลงานอัลบั้ม
‘Emergency On Planet Earth’ (1993)อัลบั้มแรกที่เปิดโฉมหน้าของดนตรี Acid Jazz นั้นติดอันดับ 1 ในอัลบั้มชาร์ทของอังกฤษทันทีที่ออกวางขาย เขาแทรกทัศนคติทางสังคมและการเมืองไว้ในปกอัลบั้ม พูดถึงเรื่องความยากจนของโลกที่สาม สภาพอากาศแปรปรวน และผู้นำเผด็จการ
‘Return Of The Space Cowboy' (1994)
ยิ่งหม่นมืดและวิพากษ์วิจารณ์สังคมเมืองได้อย่างเจ็บแสบ‘Travelling Without Moving’ (1996)
ที่ทำให้วงได้รับรางวัล Grammy และ MTV จากเพลง ‘Virtual Insanity’ จนถึงวันนี้ ‘Travelling Without Moving’ ยังครองสถิติอัลบั้มขายดีที่สุดของ Jamiroquai กับยอดขาย 8.6 ล้านก๊อปปี้ทั่วโลก ได้รับ 7 รางวัลแผ่นเสียงทองคำขาว (แพลตินั่ม) ในญี่ปุ่น, 4 แพลตินั่มที่อังกฤษ, 3 แพลตินั่มที่อิตาลีและแคนาดา,2 แพลตินั่มในฝรั่งเศส เยอรมนี ฮอลแลนด์ ออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์
‘Sykronized’ (1999)
คืองานลำดับต่อมา ที่ยังคงสไตล์คลับมิวสิคกลิ่นอายดนตรียุค 70’s จากดิสโก้ไปถึงแจ๊ซฟังก์ จากแรร์กรู๊ฟไปจนถึงโมทาวน์‘A Funk Odyssey’ ออกมาในปี 2001
มีเพลงฮิตอย่าง ‘Love Foolosophy’ ขายได้ 5 แพลตินั่มในออสเตรเลีย และ 2 แพลตินั่มในอังกฤษและญี่ปุ่นหลังจากนั้น Jason Kay ผู้เป็นทุกอย่างของวงใช้เวลา 2 ปีต่อมาเพื่อแต่งเพลง‘Dynamite’ ชุดนี้‘Dynamite’ ถูกบันทึกเสียงใน สเปน อิตาลี คอสตาริก้า สก็อตแลนด์ นิวยอร์ก แอลเอ และสตูดิโอของเขาเองในบักกิ้งแฮมเชียร์ กรุงลอนดอน ‘Dynamite’ นั้นเป็นเหมือนการเดินทางทั้งหมดของซาวน์ดแบบไซ-ไฟที่เป็นเทรดมาร์คของ Jamiroquai ในระยะเวลา 13 ปีที่ผ่านมาวันนี้คงจบลงแค่นี้ก่อนละกันว่างๆจะเอาแนวดนตรีใหม่ๆมาแนะนำกันอีก
คนไหนสนใจลองหาโหลดมาฟังได้นะ ลองดูของเค้าดีจริง
น่าสนใจเพ่
ตอบลบ